orkshop for Strengthening Collaboration on Phasing Out Dental Amalgam in the WHO South-East Asia Region.
กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ
วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) ทันตแพทย์ดำรง ธำรงเลาหะพันธุ์ ในฐานะผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้เข้าประชุมเชิงปฏิบัติการ “Strengthening Collaboration on Phasing Out Dental Amalgam in the WHO South-East Asia Region” พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักทันตสาธารณสุข สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทันตแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทยฯ และองค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมและเป็นวิทยากร ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ
การประชุมครั้งนี้ สนับสนุนการขับเคลื่อนปฏิญญากรุงเทพว่าด้วยสุขภาพช่องปาก “No Health Without Oral Health” ซึ่งส่งเสริมการดำเนินงานด้านสุขภาพช่องปากที่คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยประเทศไทย เป็น 1 ใน 3 ประเทศนำร่องที่ร่วมดำเนินโครงการเร่งรัดการดำเนินงานลดการใช้อะมัลกัมทางทันตกรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในการจัดการสิ่งแวดล้อมภายใต้อนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ทั้งนี้ ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านการใช้อะมัลกัมสู่การใช้วัสดุทางเลือกทางทันตกรรม สามารถดำเนินการได้จริง โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า มีการลดการใช้อะมัลกัมทางทันตกรรมอย่างต่อเนื่องผ่านการดำเนินนโยบายส่งเสริมการป้องกันโรค การส่งเสริมการใช้วัสดุทางเลือก การปรับหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนทันตแพทย์ และการพัฒนาระบบการจัดการของเสียอะมัลกัมทางทันตกรรมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการนำร่องติดตั้งเครื่องแยกเศษอะมัลกัม (Dental Amalgam Separator) เพื่อลดการปลดปล่อยปรอทสู่สิ่งแวดล้อม
ทันตแพทย์ดำรง ธำรงเลาหะพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าวว่า “โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการลดการใช้อะมัลกัมทางทันตกรรมของประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลในปีพ.ศ. 2564 – 2568 พบว่า ประเทศไทยมีอัตราการใช้วัสดุอะมัลกัมลดลง จากร้อยละ 22.28 เหลือเพียงร้อยละ 7.11 ประสบการณ์ที่ประเทศไทยได้รับจากการดำเนินงานครั้งนี้สามารถเป็นบทเรียนที่เป็นประโยชน์สำหรับประเทศอื่น ๆ ในประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย”
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการ องค์การระหว่างประเทศ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ภาคีเครือข่ายด้านทันตกรรมและสิ่งแวดล้อม จากประเทศอินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ ภูฏาน มัลดีฟส์ เมียนมาร์ และติมอเลสเต เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมกำหนดแนวทางการเปลี่ยนผ่านระบบบริการสุขภาพช่องปากที่ปราศจากปรอท รวมถึงการพัฒนาระบบการจัดการของเสียอะมัลกัมทางทันตกรรมที่ถูกต้องตามหลักสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมจะร่วมกันพิจารณาแนวทางการปฏิรูปนโยบาย การพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากเชิงป้องกัน การพัฒนากำลังคนด้านทันตสาธารณสุข และการพัฒนาระบบการจัดการของเสีย เพื่อสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกสามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านจากการใช้อะมัลกัมทางทันตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ