ระชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างทักษะการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก การคัดกรองและเฝ้าระวังโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย สำหรับครูผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติด้านสุขภาพ (4D)
กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ
วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) ทันตแพทย์ดำรง ธำรงเลาหะพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสำนักทันตสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างทักษะการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก การคัดกรองและเฝ้าระวังโรคฟันผุในเด็กปฐมวัยสำหรับครูผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติด้านสุขภาพ (4D) โดยมีทันตแพทย์หญิงกรกมล นิยมศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมอุ่นใจ อาคาร 8 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการดูแลสุขภาพช่องปากในการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคฟันผุในเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ดูแลเด็ก รวมถึงเพื่อชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ครูผู้ดูแลเด็กปฐมวัย ผู้รับผิดชอบงานเด็กปฐมวัยจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์อนามัยที่ 1-12 สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นผู้เข้าร่วมประชุมจากสถานที่จัดประชุมและระบบประชุมทางไกล จำนวนทั้งสิ้น 2,300 คน
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากร จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปานุราช อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ และสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน ทำให้เกิดแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน ทั้งในการปฏิบัติงาน และการจัดกระบวนการส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่สอดคล้องกับมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ด้านการดูแลสุขภาพช่องปาก (Dental) ซึ่งจะส่งผลในการพัฒนาการดำเนินงานด้านทันตสาธารณสุขในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การเจริญเติบโตและมีสุขภาพที่ดีของเด็กในอนาคต